โดย : ครูออน เมื่อ 23 September 2550; ชม: 2229 ครั้ง
สืบเนื่องมาจากการที่ครูออนให้นักเรียนทำสมาธิก่อนที่จะเรียนและ ควบคู่กับการฝึกหายใจเอาออกซิเจนเข้าไปเก็บไว้ในช่องท้องให้ได้นานที่สุด เพราะออกซิเจนจะช่วยทำให้ความจำดีขึ้น (ดูมาจากรายการผู้หญิงถึงผู้หญิงค่ะ) เด็กๆชอบค่ะ แต่เมื่อวันที่ 22-23 กันยายน 2550 ครูออนและเพื่อนครูได้มีโอกาสเข้าอบรมที่ บ้านทวารประทีป อ.เกาะเกร็ด จ.นนทบุรี ในหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับการหายใจโดยเฉพาะ เรียกการออกกำลังกายแบบ Kasemsook Movement (เกษมสุข มูฟเมนท์) ครูออนอบรมไปก็นึกถึงเด็กๆ อยากให้ถึงวันจันทร์เร็วๆ ครูจะได้นำความรู้ที่ได้ไปต่อยอดจากกิจกรรมที่เด็กๆทำอยู่ เพราะเป็นกิจกรรมที่ดีมากๆ วันนี้ดูรูปสวยๆไปก่อนนะคะ วันหน้าจะเขียนรายละเอียดให้ได้อ่านกัน …รักลูกศิษย์ทุกคนนะคะ… มีต่อ »
หมวด » frontpage, สิ่งดีๆที่ครูออนอยากเล่า
ร่วมแสดงข้อคิดเห็น » 2 ข้อคิดเห็น
โดย : ครูออน เมื่อ 16 September 2550; ชม: 1362 ครั้ง
ครูออน…เคยพูดถึงเรื่องขยะกับเด็กนักเรียนอยู่บ่อยๆ เพราะอยากให้เด็กๆ มีนิสัยรักการทิ้งขยะลงในถัง แต่ในวัยผู้ใหญ่ที่ครูออนไม่สามารถพูดเรื่องการทิ้งขยะได้ ก็มีพฤติกรรมในการทิ้งขยะ ที่ทำให้ไม่สบายตา เลยทำให้นึกไปไกลว่า เวลาที่พูดถึงเรื่องทิ้งขยะกับเด็กๆ พูดบ่อยๆ แต่ก็ไม่ค่อยได้ผล อาจจะเป็นเพราะผู้ปกครองหรือผู้ใหญ่รอบข้างทิ้งขยะอย่างมักง่ายก็เป็นไปได้
ในเมืองพัทยา เป็นเมืองที่มีผู้คนหลายเชื้อชาติ ทั้งคนไทยจากต่างจังหวัด และชาวต่างชาติ แต่การมารวมตัวกันในที่ที่ไม่ใช่บ้านเกิดเมืองนอน แต่ครูไม่รู้ว่ามีใครรักพัทยามากน้อยเพียงใด แต่ที่ครูเห้นแล้วเกิดประทับใจมาก คือ …..
วันนั้นขณะที่รถติดไฟแดงครูออนก็เห็นชาวต่างชาติท่านหนึ่ง กำลังเอาไม้แหลมๆแทงเพื่อเก็บขยะที่มันทิ้งเกลื่อนอยู่ที่ข้างถนน เก็บอยู่นานจนขยะหมด
เราเป็นคนไทย พัทยาก็อยู่ในประเทศไทย แต่เรากลับทิ้งขยะแล้วให้ฝรั่งเก็บ คนที่มาจากต่างจังหวัดต่างก็มาพักพิงที่พัทยา แต่ทำไมไม่รักพัทยากันเลย
คงจะไม่ใช่มาเขียนเพื่อหาคนทำผิดหรอกนะคะ แต่อยากให้ทุกคนช่วยกันในส่วนที่ตัวเองพอจะทำได้ อย่างน้อยๆลูก-หลานที่บ้านก็จะเห็นตัวอย่างที่ดีๆ ก่อนออกจากบ้าน ถ้าในครอบครัวเราดี แล้วสังคมก็คงจะต้องดีไปด้วยแน่ๆ
ช่วยกันนะคะ จากครูที่เป็นคนไทยรักเมืองไทย และไม่ว่าอยู่ส่วนไหนของประเทศไทยก็จะยังเป็นครู และอยากสอนให้เด็กๆ เป็นเด็กที่เน้นความเป็นคนไทยที่ชาวต่างชาติเคยนิยมชมชอบ
บ่นเล็กๆ
จากครูออน
หมวด » frontpage, สิ่งดีๆที่ครูออนอยากเล่า
ร่วมแสดงข้อคิดเห็น » 1 ข้อคิดเห็น
โดย : ครูออน เมื่อ 9 September 2550; ชม: 1498 ครั้ง
ทุกอาทิตย์ครูออนต้องโทรศัพท์กลับไปคุยกับแม่และพี่ๆที่อยู่ต่างจังหวัด ถามสารทุกข์สุกดิบ (โทรอาทิตย์ละครั้งเพื่อความประหยัด) พี่สาวจะมีเรื่องแปลกๆเล่าให้ฟังอยู่เสมอ และอาทิตย์นี้ก็เช่นเดียวกัน โดยพี่สาวเล่าให้ฟังว่า จะส่งลูกคนโต (ชื่อน้องโอ๊ค เรียน ป.4) ไปเรียนในตัวอำเภอ โดยให้นั่งรถโดยสารไปเรียน และจะซื้อโทรศัพท์ให้ เอาไว้เวลาที่ตกรถจะได้โทรให้พ่อไปรับ น้องโอ๊คก็เลยบอกแม่ว่า
“โอ๊คไม่เอาโทรศัพท์หรอก ถ้าไม่ทันรถเดี๋ยวโอ๊คก็หยอดเหรียญที่ตู้โทรศัพท์โทรหาพ่อก็ได้”

พอครูออนได้ฟังก็ได้แต่อมยิ้มในความเป็นเด็กช่างคิดของหลานชาย แต่ต้องทำความเข้าใจกันก่อนนะคะว่า ที่บ้านครูออนที่ต่างจังหวัดในปัจจุบันนี้ โทรศัพท์สาธารณะยังกระจายไม่ทั่วถึง แม้จะมี ก็ใช้ได้บ้างไม่ได้บ้าง ด้วยความเป็นห่วงลูก พี่สาวครูออนก็เลยคิดที่จะซื้อโทรศัพย์ให้ เลยทำให้กลับมานั่งนึกย้อนถึงเด็กที่ครูออนสอน โรงเรียนอยู่ในตัวเมืองที่เจริญ โทรศัพท์สาธารณะก็เยอะแยะ แต่เด็กนักเรียนก็พกโทรศัพท์กันแทบทุกคน (พกโทรศัพท์ประมาณ 85% ผลจากการสำรวจของครูออนเองค่ะ) และโทรศัพท์บางรุ่นที่พกก็แพงกว่าของครูซะอีก เลยทำให้เกิดคำถามในใจ ว่าเด็กสมัยนี้ใช้ชีวิตกันสะดวกสบายกันมากเกินไปหรือเปล่า โทรศัพท์พ่อ-แม่เต็มใจซื้อให้หรือถูกลูกบังคับ แล้วค่าโทรศัพท์ใครเป็นคนจ่าย และก็อยากรู้ต่อไปว่าถ้าพ่อ-แม่ไม่ยอมซื้อให้นักเรียนจะมีปฏิกริยาอย่างไร (น่าทำวิจัยนะ) มีต่อ »
หมวด » frontpage, เรื่องทั่วไป
ร่วมแสดงข้อคิดเห็น » คลิกเพื่อแสดงความคิดเห็น